Home » หลังถอดจมูก ถ้าไม่อยากให้ จมูกพัง ต้องดูแลอย่างไร ?
หลังถอดจมูก
last update :

หลังถอดจมูก ถ้าไม่อยากให้ จมูกพัง ต้องดูแลอย่างไร ?

การถอดซิลิโคนจมูก ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากการอักเสบ ติดเชื้อ ซิลิโคนทะลุ หรือเพื่อแก้ไขรูปทรงจมูก เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังการผ่าตัด หากดูแลตัวเอง หลังถอดจมูก ไม่ดีพอ อาจนำไปสู่ปัญหา “จมูกพัง” ที่หลายคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นจมูกยุบ จมูกบุ๋ม จมูกผิดรูป หรือเกิดพังผืด ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งรูปลักษณ์และความรู้สึก

บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของ การดูแลหลังถอดซิลิโคนจมูก เพื่อให้คุณเข้าใจกระบวนการฟื้นตัว และปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้จมูกของคุณกลับคืนสู่สภาพที่ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

ผลกระทบหลังถอดซิลิโคน

โดยหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนนั้น แน่นอนว่าจะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของเนื้อเยื่อที่บริเวณจมูก ซึ่งจะมากหรือน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เนื่องจากขนาดและรูปทรงของแท่งซิลิโคนนั้น แต่ละกรณีจะมีความแตกต่างกัน ถ้าหากใส่ซิลิโคนที่เป็นรูปทรงแบบธรรมชาติ ไม่ฝืนเนื้อจมูกจนเกินไปหรือมีจุดกดที่เนื้อจมูกแน่นมาก ประกอบกับระยะเวลาการทำจมูกที่ไม่นานเกินไป กรณีนี้เมื่อถอดเอาซิลิโคนออกก็จะไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลงมากนัก จมูกจะกลับมาอยู่ในรูปทรงเดิม แต่ก็อาจจะทำให้ผิวหนังบริเวณจมูกเหี่ยวลงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งก็สามารถทำการรักษาต่อไปได้ครับ

อาการ "จมูกพัง" หลังถอดซิลิโคน

ก่อนที่เราจะพูดถึงวิธีการดูแลตัวเอง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “จมูกพัง” ในบริบทของการถอดซิลิโคนจมูกนั้นหมายถึงอะไรได้บ้าง และเกิดขึ้นได้อย่างไร

หลังถอดจมูกห้ามกินอะไร
  • จมูกยุบตัว/บุ๋ม/แบน : นี่เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ซิลิโคนเดิมมีขนาดใหญ่มาก มีการยืดเนื้อเยื่อจมูกให้ตึง หรือมีการเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเทียม การที่เนื้อเยื่อเคยถูกขยายตัวออกไปอย่างมาก เมื่อนำวัสดุเสริมออกไป เนื้อเยื่อเหล่านั้นอาจไม่สามารถหดตัวกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ทั้งหมด ทำให้เกิด “ช่องว่าง” ภายในจมูก หรือเนื้อเยื่อขาดการพยุง ส่งผลให้จมูกยุบตัวลง หรือเกิดรอยบุ๋มตามแนวสันจมูกได้
  • เกิดพังผืดรัด/จมูกแข็งทื่อ : เป็นกระบวนการที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อพังผืดขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมและเติมเต็มช่องว่างที่เคยมีซิลิโคนอยู่ พังผืดเหล่านี้อาจแข็งและหดรัด ทำให้จมูกดูแข็งทื่อ ไม่เป็นธรรมชาติ หรือทำให้ปลายจมูกงุ้มลงได้ในระยะยาว
  • การอักเสบ/ติดเชื้อซ้ำ : หากถอดซิลิโคนเนื่องจากมีการติดเชื้อมาก่อน และการดูแลแผลหลังถอดไม่ดีพอ หรือได้รับเชื้อเข้าไปใหม่ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำได้ ซึ่งจะทำให้การฟื้นตัวล่าช้าและอาจทำให้โครงสร้างจมูกเสียหายเพิ่มเติม
  • รูปทรงจมูกไม่เป็นธรรมชาติ/เสียสมดุล: แม้จะถอดซิลิโคนออกไปแล้ว แต่จมูกอาจไม่กลับคืนสู่รูปทรงเดิม 100% ก่อนเสริม เนื่องจากมีการปรับแต่งโครงสร้างภายใน เช่น การเหลากระดูก การเย็บกระดูกอ่อน หรือการเกิดพังผืด ทำให้จมูกดูไม่สมดุล หรือมีรูปทรงที่ผิดแปลกไปจากที่คาดหวัง

การดูแลจมูกหลังถอดซิลิโคน เพื่อป้องกัน "จมูกพัง"

การดูแลหลังถอดซิลิโคนจมูกนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่แพ้ขั้นตอนการผ่าตัดเลยทีเดียว การทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้จมูกฟื้นตัวได้ดีที่สุด ลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาในระยะยาว และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

หลังจากที่ถอดซิลิโคนจมูกแล้ว ควรทำความสะอาดด้วย ก้านสำลีชุบน้ำเกลือ แล้วเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ ที่บริเวณแผล และควรรับประทานยาฆ่าเชื้อ ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพราะในคนไข้บางราย ต้องถอดซิลิโคนจมูก เพราะมีสาเหตุมาจากการอักเสบติดเชื้อ จะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้

  • กรณีไม่มีการอักเสบมาก่อน หลังการถอดซิลิโคนอาจะมีการเย็บปิดแผลประมาณ 1-2 เข็ม
  • ส่วนในกรณีที่มีการอักเสบ เช่น อาการบวมแดง มีหนอง หลังจากการถอดซิลิโคน จะมีการใส่ผ้าก็อตเอาไว้ และจะนำออกหลังจากผ่านไปแล้วประมาณ 6-12 ชั่วโมง

หากจมูกยุบหรือบุ๋มไปแล้ว จะแก้ไขอย่างไร ?

แม้จะดูแลอย่างดีที่สุด แต่ในบางกรณีจมูกก็ยังอาจยุบหรือบุ๋มลงได้ โดยเฉพาะถ้าซิลิโคนเดิมมีขนาดใหญ่มาก หรือเนื้อเยื่อได้รับความเสียหายไปมากแล้ว ในกรณีนี้ มีแนวทางการแก้ไขที่แพทย์สามารถพิจารณาได้

1. กรณีไม่ตัดแต่งผิวหนังบริเวณปลายจมูกใหม่

กรณีไม่ตัดแต่งผิวหนังบริเวณปลายจมูกใหม่ สำหรับเคสที่ไม่บุ๋มมากระดับ 1-2 อาจจะเน้นผ่าตัดพังพืดใต้แผล สำหรับคนไข้มีเนื้อปลาย จมูกน้อยอยู่แล้ว อาจจะต้องทำใจก่อนว่าทรงจมูกเราอาจจะไม่ได้ความพุ่งเท่ากับเคสอื่น ๆ เพราะไม่สามารถตัดแต่งผิวหนังปลายจมูกได้ หมอจะใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู เนื้อเยื่อเทียมหรืออาจจะใช้ไขมัน ในการเสริมจมูกทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนไข้ร่วมกันกับหมอด้วย

2. กรณีตัดแต่งผิวหนังบริเวณบุ๋มด้านนอกใหม่

ในกรณีที่บุ๋มเป็นขอบลึกมาก ๆ และผิวหนังบริเวณปลาย จมูกมีเนื้อพอประมาณ อาจทำการเสริมจมูกไปด้วยพร้อมกันในครั้งเดียวเลย หรืออาจจะนัดเสริมจมูกภายหลัง จากแผลตัดแต่งผิวหนังดีขึ้นแล้ว โดยวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกควรเป็นไขมันของคนไข้เองในกรณีที่เสริมใน ครั้งเดียวกัน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากพักแล้วนัดเสริมจมูกในภายหลัง อาจใช้เป็นการเสริมด้วยซิลิโคนหรือไขมันตัวเองหรือใช้กระดูกอ่อนหลังหูช่วย

3. กรณีที่บุ๋มจากการที่จมูกทะลุมาก่อน หรือเนื้อน้อยมาก ๆ

ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสันจมูกหรือปลายจมูกอาจ จะพิจารณาใช้ เนื้อเยื่อของคนไข้ในการใช้เสริมจมูกเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และลดความ เสี่ยงต่อการทะลุจากวัสดุอื่น ๆ

พักเนื้อก่อนเสริมใหม่ ต้องรอนานแค่ไหน ?

หากคุณมีแพลนจะ เสริมจมูก ใหม่หลังถอดซิลิโคน ควรพักเนื้อก่อนอย่างน้อย 3-6 เดือน หรือรอจนกว่าเนื้อจมูกจะหายดีและไม่มีพังผืดเหลืออยู่ เพราะหากรีบเสริมใหม่เร็วเกินไปอาจทำให้

  • เนื้อจมูกบางลงกว่าเดิม
  • เกิดพังผืดซ้ำซ้อน
  • ทรงจมูกผิดรูป
  • ซิลิโคนใหม่เสี่ยงทะลุง่าย

การถอดจมูกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากวางแผนและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม หลังถอดควรเน้นการพักฟื้น ป้องกันการติดเชื้อ และเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจกระทบโครงสร้างจมูก ที่สำคัญคือ อย่าหาทำเองเด็ดขาด ต้องปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้คุณปลอดภัย และพร้อมเสริมใหม่ได้อย่างมั่นใจในอนาคต