Home » ฉีดแฟตแก้ม ข้อห้าม มีอะไรบ้าง ? รวม 5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังฉีดแฟต
last update :

ฉีดแฟตแก้ม ข้อห้าม มีอะไรบ้าง ? รวม 5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังฉีดแฟต

เทรนด์หน้าเรียว กรอบหน้าชัดที่กำลังมาแรง ทำให้โปรแกรมปรับรูปหน้าอย่าง เมโสแฟต ได้รับความนิยม เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก ทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นได้อย่างชัดเจน และรวดเร็ว แต่ในการทำความงามมักจะมีข้อยกเว้นอยู่ แล้วโปรแกรม ฉีดแฟตแก้ม ข้อห้าม มีอะไรบ้าง ? มีสิ่งไหนที่ควรหลีกเลี่ยง บทความนี้ได้รวบรวมเอา ข้อมูลสำคัญที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับการทำเมโสแฟต เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ปลอดภัย และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

ทำไม เมโสแฟต ถึงได้รับความนิยม ?

เมโสแฟต คือเทคนิคการฉีดสารละลายกลุ่มวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์บางชนิด เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่มีไขมันสะสม เช่น แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้อง โดยสารเหล่านี้จะเข้าไปช่วยเร่งกระบวนการสลายไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนเล็กๆ และถูกขับออกจากร่างกายผ่านระบบขับถ่ายและน้ำเหลืองตามธรรมชาติ สำหรับแก้ม การฉีดเมโสแฟตช่วยให้ไขมันบริเวณแก้มลดลง ทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ใบหน้าดูเรียวเล็กลง และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ซึ่งความนิยมของการฉีดแฟตแก้มมาจากหลายปัจจัย

  • ไม่ต้องผ่าตัด : เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • เห็นผลรวดเร็ว : สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ลดไขมันเฉพาะจุด : สามารถกำจัดไขมันในบริเวณที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ
  • ผิวเฟิร์มกระชับ : สารบางชนิดในเมโสแฟตยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูเฟิร์มกระชับขึ้นด้วย
เมโสแฟต คือ

ข้อห้าม !! สำหรับโปรแกรม เมโสแฟต

แม้การฉีดแฟตแก้มจะค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับบางกลุ่มบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร : เนื่องจากยังไม่มีการศึกษาที่เพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบของสารที่ใช้ฉีดต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์และทารกที่ได้รับนมแม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด จึงควรงดเว้น
  • ผู้ที่มีภาวะแพ้สารที่เป็นส่วนประกอบของเมโสแฟต : ก่อนการฉีด แพทย์จะสอบถามประวัติการแพ้ยาหรือสารต่าง ๆ อย่างละเอียด หากคุณมีประวัติแพ้สารใดๆ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี : ระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่คงที่อาจส่งผลให้แผลจากรอยเข็มหายช้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ผู้ที่มีปัญหาโรคเลือดออกง่าย หรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด : เช่น ยา Aspirin, Warfarin หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางชนิด เนื่องจากยาเหล่านี้จะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดรอยช้ำ ห้อเลือด หรือมีเลือดออกบริเวณที่ฉีดได้ง่ายและมากกว่าปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีด และอาจต้องหยุดยาบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
  • ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน : เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เพราะร่างกายอาจมีการตอบสนองต่อสารที่ฉีดแตกต่างไปจากปกติ และอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่ต้องการฉีด : เช่น สิวอักเสบรุนแรง เริม หรือผื่นคัน ควรทำการรักษาการติดเชื้อให้หายดีเสียก่อน เพื่อป้องกันการลุกลามของการติดเชื้อ
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือเนื้องอก : ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนทำหัตถการใดๆ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัย
  • ผู้ที่อยู่ในภาวะที่ร่างกายไม่พร้อม หรือมีไข้ : ควรรอให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ก่อนเข้ารับการรักษา

การดูแลตัวเอง หลังฉีดเมโสแฟต

นอกจากข้อห้ามและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงแล้ว การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีจะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ของการฉีดแฟตแก้มได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ : การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะน้ำจะช่วยให้ระบบการขับของเสียและไขมันที่สลายไปออกจากร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ทำให้ไขมันถูกขับออกได้เร็วขึ้นและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ประคบเย็น (ถ้ามีอาการบวม) : หากมีอาการบวมหรือช้ำเกิดขึ้นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด คุณสามารถใช้ผ้าห่อน้ำแข็งหรือเจลเย็นประคบเบาๆ บริเวณที่ฉีด เพื่อช่วยลดอาการบวมและบรรเทาความเจ็บปวด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดอาการบวมได้อย่างรวดเร็ว
  • รักษาสุขอนามัย : รักษาความสะอาดของใบหน้าและบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด : หากมีข้อสงสัย หรือเกิดอาการผิดปกติใดๆ หลังการฉีด เช่น บวมแดงมากผิดปกติ เจ็บปวดรุนแรง หรือมีไข้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที
รีวิวแฟตแก้ม

5 สิ่งที่ไม่ควรทำหลังฉีดแฟตแก้ม

การดูแลตัวเองหลังฉีดแฟตแก้มเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้สารออกฤทธิ์ได้เต็มที่ ลดอาการบวมช้ำ และป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 5 สิ่งที่คุณ “ไม่ควรทำ” อย่างน้อย 3-7 วันแรกหลังฉีด

  1. ห้ามบีบ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ : หลังฉีดแฟตแก้มเป็นเรื่องปกติที่จะมีอาการบวมแดง ช้ำ หรือระบมเล็กน้อย การบีบ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดแรง ๆ อาจทำให้สารเมโสแฟตที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่หรือกระจายตัวผิดตำแหน่งได้ นอกจากนี้ยังอาจไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ หรือทำให้รอยช้ำดูแย่ลง ควรรอให้สารออกฤทธิ์และอาการบวมยุบลงเองตามธรรมชาติ
  2. หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนโดยตรง : ความร้อนสูงสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาและกระตุ้นการอักเสบได้ คุณควรงดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนสะสมบนใบหน้า เช่น การอบซาวน่า หรืออบไอน้ำ การทำเลเซอร์ร้อน หรือทรีตเมนต์หน้าที่ใช้ความร้อนสูง การประคบร้อนบริเวณแก้ม การอาบน้ำอุ่นจัด ๆ เป็นเวลานาน หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด การรับประทานอาหารที่ร้อนจัดหรือเผ็ดจัดในช่วง 2-3 วันแรก
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการบวมแดง รอยช้ำ หรือห้อเลือดบริเวณที่ฉีดรุนแรงขึ้น และยังอาจส่งผลต่อการทำงานของยาเมโสแฟต ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันหลังฉีด
  4. งดรับประทานอาหารหมักดอง อาหารรสจัด และอาหารทะเล อาหารหมักดองและอาหารรสจัด : อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ อักเสบ หรือบวมได้ง่ายขึ้นในบางราย และยังอาจส่งผลต่อระบบการขับของเสียของร่างกาย อาหารทะเล: สำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเล หรือมีความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลไปก่อนในช่วงแรก เพื่อป้องกันการกระตุ้นอาการแพ้ที่อาจส่งผลต่อผิวหนังบริเวณที่ฉีด ควรเน้นรับประทานอาหารอ่อนๆ และมีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี
  5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการสะสมของไขมัน เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมัน และน้ำตาลสูง หลังฉีดเมโสแฟตแก้ม ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารควบคู่

การฉีดแฟตแก้มเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการปรับรูปหน้าให้เรียวสวย แต่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับฝีมือแพทย์และตัวยาเท่านั้น การเตรียมตัวที่ดี การปฏิบัติตาม “ข้อห้าม” และการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีหลังการฉีด โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยง “5 สิ่งที่ไม่ควรทำ” ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ปลอดภัย และไร้กังวล

ก่อนตัดสินใจฉีดแฟตแก้ม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมของสภาพผิวและสุขภาพของคุณ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด แล้วคุณก็จะมีใบหน้าเรียวสวยเป๊ะปังได้อย่างมั่นใจ