Home » ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ลักษณะแบบไหนที่เป็นอันตราย ?
last update :

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ลักษณะแบบไหนที่เป็นอันตราย ?

การมีร่องแก้มลึกอาจทำให้ใบหน้าดูมีอายุและเหนื่อยล้า การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยเติมเต็มให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และสดใสขึ้นในทันที แต่ในบางกรณี ผู้ที่ฉีดอาจพบปัญหาที่ไม่พึงประสงค์อย่าง ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ซึ่งสร้างความกังวลใจ ทั้งในเรื่องของลักษณะที่เป็นก้อน อันตรายที่อาจเกิดขึ้น และวิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็นเกี่ยวกับปัญหาฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นก้อน เพื่อให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุ ลักษณะของก้อนที่เป็นอันตราย และแนวทางการแก้ไขที่ปลอดภัย

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

ทำไม ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน ?

การที่ ฟิลเลอร์กลายเป็นก้อน หลังฉีดไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากปัจจัยดังต่อไปนี้

1. เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม

  • ฉีดตื้นเกินไป : ฟิลเลอร์ควรถูกฉีดในชั้นใต้ผิวหนังที่เหมาะสม (Dermis หรือ Subcutaneous layer) หากแพทย์ฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ตื้นเกินไปหรือใกล้ผิวหนังมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ผิวค่อนข้างบางอย่างร่องแก้ม ก็จะทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนนูนขึ้นมาบนผิวได้ง่าย และจะยิ่งเห็นชัดเจนเมื่อแสดงสีหน้า
  • ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไปในจุดเดียว : การใส่ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไปในบริเวณเล็กๆ ทำให้เกิดการรวมตัวของสาร จนกลายเป็นก้อนแข็งๆ ใต้ผิวหนัง
  • การกระจายฟิลเลอร์ไม่สม่ำเสมอ : หากแพทย์ไม่มีความชำนาญในการกระจายฟิลเลอร์ให้เรียบเนียนทั่วบริเวณ อาจทำให้เกิดการกระจุกตัวในบางจุดและกลายเป็นก้อน
  • ฉีดเข้าใกล้กล้ามเนื้อมากเกินไป : ร่องแก้มเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าค่อนข้างมาก หากฟิลเลอร์ถูกฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมและถูกเบียดด้วยการทำงานของกล้ามเนื้อบ่อยๆ อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือจับตัวเป็นก้อนได้
ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

2. ชนิดของฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมหรือไม่ใช่ของแท้

  • ฟิลเลอร์ที่แข็งหรือหนืดเกินไป : แม้จะเป็นฟิลเลอร์แท้ แต่หากใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติแข็งหรือมีความหนืดสูงเกินไปสำหรับบริเวณร่องแก้ม ซึ่งเป็นบริเวณที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ก็อาจทำให้รู้สึกเป็นก้อนหรือจับตัวเป็นลำได้ง่ายเมื่อมีการเคลื่อนไหว
  • ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน : นี่คือสาเหตุที่อันตรายที่สุดและควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ฟิลเลอร์เหล่านี้มักไม่ใช่สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid – HA) หรือเป็น HA ที่ไม่ได้คุณภาพ ทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ ก้อนที่เกิดจากฟิลเลอร์ปลอมมักจะแข็งถาวร มีโอกาสเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือเป็นพังผืดตามมาได้สูงมาก

3. การดูแลหลังฉีดที่ไม่ถูกต้อง

  • การนวดคลึงรุนแรง : ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด ฟิลเลอร์ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเข้าที่ หากมีการนวด บีบ หรือคลึงบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง อาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือกระจุกตัวผิดตำแหน่งได้
  • การประคบร้อน/เย็นที่ไม่เหมาะสม : การประคบที่ผิดวิธีอาจส่งผลต่อการเซ็ตตัวของฟิลเลอร์

4. ปฏิกิริยาของร่างกาย

  • อาการบวมปกติหลังฉีด : ในช่วง 2-3 วันแรกหลังฉีด อาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นก้อนได้ แต่จะค่อยๆ ยุบลงเองเมื่ออาการบวมลดลง
  • การอักเสบหรือติดเชื้อ : แม้จะพบน้อย แต่หากเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่ฉีด อาจทำให้เกิดการบวมแดง ร้อน และเป็นก้อนแข็งขึ้นมาได้

ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อน แบบไหนอันตราย ?

ลักษณะก้อนฟิลเลอร์ “ปกติ” หรือ “ไม่อันตราย”

  • เป็นไตเล็กน้อยเมื่อคลำเบาๆ : โดยเฉพาะในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังฉีด เนื่องจากฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่เต็มที่
  • มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในภาวะปกติ : ก้อนจะเห็นก็ต่อเมื่อแสดงสีหน้าอย่างรุนแรง เช่น ยิ้มกว้างมากๆ
  • ไม่มีอาการร่วมอื่น ๆ : ไม่มีอาการปวด บวมแดง ร้อน หรือคัน และก้อนมีแนวโน้มที่จะนิ่มลงและเรียบเนียนขึ้นเรื่อยๆ เอง

ลักษณะก้อนฟิลเลอร์ที่ “อันตราย” สัญญาณของภาวะแทรกซ้อน

  • ก้อนแข็ง กดเจ็บ บวมแดงผิดปกติ : ก้อนที่เกิดขึ้นมีความแข็งมาก กดแล้วรู้สึกเจ็บปวด มีอาการบวมแดง ร้อน หรือเป็นไข้ร่วมด้วย แสดงว่าอาจมีการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • มองเห็นเป็นก้อนนูนเด่นชัดตลอดเวลา : ก้อนที่มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในขณะที่ไม่ได้แสดงสีหน้า และไม่ยุบลงเมื่อเวลาผ่านไป
  • ก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ : ก้อนฟิลเลอร์ที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณที่ไม่ดี
  • ผิวหนังบริเวณที่เป็นก้อนมีสีคล้ำผิดปกติ : เช่น ซีดลง มีลายเส้นคล้ายร่างแห หรือมีสีม่วงคล้ำดำ อาจเป็นสัญญาณของการอุดตันของเส้นเลือด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายมาก อาจนำไปสู่เนื้อเยื่อตาย (Necrosis) ได้
  • มีหนอง หรือมีของเหลวไหลออกมา : บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • อาการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากฉีดไปแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน : โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นก้อนแข็งถาวร ไม่ยุบลง มักเป็นสัญญาณของฟิลเลอร์ปลอม หรือปฏิกิริยาของร่างกายต่อสารแปลกปลอม

วิธีแก้ไข ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นก้อน

หากคุณพบว่าฟิลเลอร์ร่องแก้มของคุณเป็นก้อน สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามพยายามบีบ นวด หรือแก้ไขด้วยตัวเองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อาการแย่ลง หรือก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขึ้นได้ สิ่งที่คุณควรทำคือ กลับไปพบแพทย์ผู้ฉีดโดยเร็วที่สุด หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนัง/ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสม แนวทางการแก้ไขจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้

  1. รอดูอาการและดูแลตามคำแนะนำ (ในกรณีที่เพิ่งฉีดและอาการไม่รุนแรง) หากเพิ่งฉีดไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ และแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการบวมหรือฟิลเลอร์ยังไม่เข้าที่ แพทย์อาจแนะนำให้ประคบเย็นเบาๆ และรอดูอาการ อาการบวมจะค่อยๆ ยุบลงเอง ฟิลเลอร์จะเซ็ตตัวเข้าที่และนิ่มลง
  2. การนวดคลึงโดยแพทย์
    ในบางกรณีที่ฟิลเลอร์ HA แท้มีการกระจุกตัวเล็กน้อยและไม่แข็งมาก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจใช้วิธีการนวดคลึงบริเวณที่เป็นก้อนอย่างถูกวิธีและเบามือ เพื่อช่วยกระจายฟิลเลอร์ให้เรียบเนียนขึ้น
  3. การฉีดสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) นี่คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับ ฟิลเลอร์ประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA Filler) เท่านั้น
    แพทย์จะฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase เข้าไปในบริเวณที่เป็นก้อน เอนไซม์นี้จะทำหน้าที่ย่อยสลายโครงสร้างของกรดไฮยาลูรอนิก ทำให้ฟิลเลอร์สลายตัวและถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ผลลัพธ์มักจะเห็นได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
    ข้อควรระวัง : วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่ได้เป็น HA Filler
  4. การรักษาอาการติดเชื้อ/อักเสบ หากก้อนเกิดจากการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อ และอาจมีการพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์ (หากเป็น HA Filler) หลังจากควบคุมการติดเชื้อได้แล้ว
  5. การผ่าตัด (ในกรณีที่รุนแรงหรือฟิลเลอร์ปลอม) เป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับกรณีที่ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็งมาก ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้ หรือในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรัง การผ่าตัดเพื่อนำก้อนฟิลเลอร์ออกมีความซับซ้อนและอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ จึงควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด

ปัญหาฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มแล้วเป็นก้อน แม้จะสร้างความกังวลใจ แต่หากเกิดจากฟิลเลอร์แท้และอาการไม่รุนแรง มักจะแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติที่บ่งชี้ถึงอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตั้งแต่แรกเริ่ม ด้วยการเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติอย่างที่ต้องการค่ะ
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิลเลอร์หรือต้องการปรึกษาปัญหาผิวพรรณเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญ