Home » ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? อาการบวมแบบไหนที่อันตราย
ฉีดฟิลเลอร์ปาก
last update :

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? อาการบวมแบบไหนที่อันตราย

อาการริมฝีปากบวม หลังจากฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร ? เป็นอาการผิดปกติหรือไม่ ? แล้ว ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ? เป็นคำถามที่พบได้บ่อยมาก ๆ ของเคสที่กำลังจะฉีด ฟิลเลอร์ เป็นครั้งแรก ในวันนี้ทาง AAC จะมาตอบทุกข้อสงสัย เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก พร้อมทั้งแนะนำเคล็ดลับ การเลือกว่าควร ฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่ไหนดี ? เพื่อให้ได้ทรงปากที่สวย ริมฝีปากอวบอิ่ม เข้ากับใบหน้าของคุณ และใครที่กำลังจะไปฉีดปาก ไม่ควรพลาดบทความนี้

เลือกอ่านหัวข้อในบทความ

ฟิลเลอร์ปากคืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ การปรับรูปทรงของปาก ด้วยการฉีดสารเติมเต็ม HA หรือ Hyaluronic Acid เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก ในการฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถเลือกทรงของปากให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้ ทั้งทรงปากแบบ ปากกระจับ ปากสายฝอ หรือทรงปากอวบอิ่มแบบธรรมชาติ ฉีดเพื่อยกมุมปากให้ยกขึ้นได้

ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยปรับริมฝีปากให้เรียบเนียนขึ้น ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปาก คือ เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลไว และสามารถปรับแก้ได้หากไม่พอใจ โดยฟิลเลอร์จะสลายไปเองใน 6-12 เดือน ถ้าหากต้องการรักษาผลลัพธ์เอาไว้ สามารถมาฉีดเติมฟิลเลอร์ได้ โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

อาการบวม หลังฉีดฟิลเลอร์ เกิดจากอะไร ?

การบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่สัญญาณอันตราย แต่เป็น การตอบสนองของร่างกาย ต่อการฉีดสารเข้าไปในผิวหนัง โดยส่วนใหญ่แล้วอาการบวมเหล่านี้จะหายไปเองในไม่กี่วัน หากไม่ได้เกิดจากภาวะแทรกซ้อน อาการบวมอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • เข็มเจาะเส้นเลือดฝอยใต้ผิว เกิดอาการบวมช้ำเล็กน้อย
  • ร่างกายมีปฏิกิริยากับ Hyaluronic Acid ชั่วคราว
  • อาการบวมจากการกด นวด หรือฉีดซ้ำจุดเดิม
  • เทคนิคการฉีดที่ลงลึก หรือตื้นเกินไป
  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้มากเกิน

ฉีดฟิลเลอร์ปาก บวมกี่วัน ?

อาการบวม หลังจากฉีดฟิลเลอร์ปาก จะสามารถหายไปได้เอง ประมาณ 3-7 วัน หรืออาจจะนานกว่านั้นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ รวมไปถึงการดูแลตัวเองหลังฉีด ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไป อาการบวมจากการฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

1. ระยะ 1-2 วันแรก (บวมมากสุด)

บวมตึงบริเวณปาก อาจรู้สึกแน่น ๆ หรือมีรอยแดงเล็กน้อย บางรายอาจมีรอยช้ำใต้ริมฝีปาก อาการนี้ถือเป็น ภาวะปกติ

2. ระยะวันที่ 3-5 (เริ่มยุบตัว)

อาการบวมลดลง ปากเริ่มเข้ารูป อาจยังรู้สึกปวดหน่วงหรือตึงเล็กน้อย

3. ระยะวันที่ 5-7 (หายบวมเกือบทั้งหมด)

รูปปากเริ่มเข้าที่ใกล้เคียงผลลัพธ์สุดท้าย หากไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ถือว่า “เข้าที่” แล้ว

ปัจจัยที่มีผลต่ออาการบวม

  • เทคนิคการฉีดของแพทย์ หากแพทย์มีความชำนาญจะลดโอกาสบวมช้ำได้มาก
  • ปริมาณฟิลเลอร์ ยิ่งฉีดมาก ความเสี่ยงบวมมากขึ้น
  • สภาพร่างกาย/ภูมิต้านทาน คนที่ผิวบางหรือฟกช้ำง่าย อาจบวมนาน
  • พฤติกรรมหลังฉีด การนวดแรง ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ อาจทำให้บวมมากขึ้น

วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้บวมยุบไว

  • ประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดอาการบวมและช้ำ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสปากบ่อย ๆ ไม่จับ ไม่บีบ ไม่นวด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 3-7 วัน เพราะมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต และอาจทำให้บวมช้าลง
  • งดอาหารเผ็ดร้อนหรือของหมักดอง เพื่อลดการอักเสบหรือระคายเคือง
  • ดื่มน้ำมาก ๆ HA จะดูดซับน้ำและขยายตัวพอเหมาะเมื่อได้รับน้ำเพียงพอ

สัญญาณเตือนว่าคุณอาจต้องพบแพทย์

แม้อาการบวมจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากพบอาการที่ อาจเป็นสัญญาณของ ภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งหากรักษาไม่ทันอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนถาวรได้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที

  • ปวดรุนแรงบริเวณปาก
  • บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยุบหลัง 7 วัน
  • มีสีผิวเปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำ หรือจุดขาวผิดปกติ
  • มีตุ่มนูน แดง หรือเป็นหนอง
  • มีไข้ร่วมด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนดี ?

  1. เลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง
  2. ตรวจสอบว่าใช้ฟิลเลอร์แท้หรือไม่ (ควรมีกล่อง ซีเรียลนัมเบอร์ และล็อตการผลิต)
  3. แพทย์ต้องมีประสบการณ์เฉพาะด้าน
  4. มีการนัดติดตามผลหลังฉีด

อาการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป ไม่ต้องเป็นกังวล หลังจากฉีดฟิลเลอร์ จะมีอาการบวมในช่วง 1-3 วันแรก และหายสนิทภายใน 7 วัน ทั้งนี้การดูแลตัวเองหลังฉีด ที่ถูกต้องและเหมาะสม จะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ได้รูปปากสวยตามที่ต้องการ หากมีความกังวลเรื่องอาการบวมหรือผลลัพธ์ ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในระยะยาว จะต้องเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน